เชิญชวนเพิ่มพูนบารมีแห่งคนเต็มคน ธรรมะหลวงปู่ตุ๊เจ้าเสือดาว

ใครมีธรรมะดีๆ จะแบ่งปัน เชิญทางนี้ครับ

เชิญชวนเพิ่มพูนบารมีแห่งคนเต็มคน ธรรมะหลวงปู่ตุ๊เจ้าเสือดาว

โพสต์โดย yamaka_admin » จันทร์ 24 พ.ย. 2014 5:52 pm

หลวงปู่ตุ๊เจ้าเสือดาว

เชิญชวนเพิ่มพูนบารมีแห่งคนเต็มคม คนเป็นที่สมบูรณ์ด้วยเนกขัมมบารมี เนกขัมจาริณี ณ ที่บ้านตนเอง หรือที่วัด ที่ป่าช้า ที่วิปัสสนาสถานที่ธุดงคสถาน ที่วิเวการาม ที่วนาราม ตามแต่จะสะดวก กล่าวคือ ฝึกบวชกาย บวชวาจา บวชจิต บวชวิญญาณ หมายความว่าเป็นการกระทำตนให้ถึงซึ่งความเป็นผู้ประเสริฐ คือ จะคิด จะพูด จะทำอะไรๆ ก็ให้เป็นไปในอารมณ์ที่ดีงาม จิตใจสดใส รุ่งเรืองด้วยสติปัญญา อรรถาธิบายว่า

1. บวชกาย อันได้แก่ การฝึกอากัปกิริยาต่างๆ ทางตา หู จมูก ลิ้น ทางกาย ด้วยอาการสำรวมระแวดระวังระไว "มีความไม่ประมาททุกเมื่อ" ในกรณีที่มีเสียงกระทบหู มีรูปสีเสียง ภาพต่างๆ กระทบตา มีรสชาดเปรี้ยวหวานกระทบลิ้น มีกลิ่นเหม็นหอมกระทบจมูก มีโผฏฐัพพะเย็นร้อนอ่อนแข็งกระทบกาย โดยขยายความออกมาว่า เพียงสักแต่ว่าธรรมดาของมันเช่นนั้นเอง

2. บวชวาจา อันได้แก่ เมื่อไม่มีการคะนองกายแล้วก็จักต้องไม่คะนองวาจา แม้ไม่พูดออกไปก็ยังมีการบ่นพึมพำๆ อยู่ในปากในคออยู่นา ก็พึงสำเนียกนึกรู้ไว้ว่า สัมมาวาจา แม้สัมมากรรมมันโต สัมมาอาชีพก็เช่นเดียวกันอยู่ในคัลลองเดียว ทำนองเดียวกัน คือ ไม่มีเจตนาเจาะจงบีบคั้น เบียดเบียนใครๆ ให้ได้รับความเดือดร้อนไม่สบายใดๆ คือ ไม่ว่าร้าย ไม่กล่าวร้าย มีแต่พูดจารอมชอมปรองดองสมานสามัคคีในทำนองคลองธรรมอันแฝงด้วยภาษิต สุภาษิต คติธรรม สาระธรรม สาระประโยชน์ที่โปรดตัวเอง โปรดสัตว์ โปรดโลกตามมากตามน้อยตามจังหวะปะเหมาะ ไม่ว่ากันนะ อำนวยความสะดวกให้แก่กันและกันตามมีตามเกิด ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อความพ้นทุกข์ เพื่อความอยู่สุขสบาย โดยทั่วถึงกันเป็นประการสำคัญ

3. บวชจิต อันได้แก่ คิดนึก นึกคิด ทุกคนก็รู้อยู่แก่ใจตนเองที่ว่า คิดฟุ้งซ่านมากก็ทุกข์มาก คิดฟุ้งซ่านน้อยก็ทุกข์น้อย คิดฟุ้งซ่านไม่มีแล้วทุกข์จะมีมาแต่ไหนหา ฝึกมุ่งสมาธิจิตเข้าสู่สมาธิธรรม "นะ มะ พะ ทะ เพ่งนิ่งดิ่งแน่ว อิติปิโสภะคะวา สาธุ อนุโมทามิ"

4. บวชใจ อันได้แก่ "มโนธาตุ" คือตัวใจตัวรู้ รู้คิดเป็นอวิชชาสวะ รู้ไม่ติดรู้เป็นวิชชาโพธิ รู้ทะลุปรุโปร่งเป็นวิชชาวิมุตติ คนที่ติดสมมุติสัจจะ ติดโลกสมมุติ จึงไม่หลุดพ้น หากไม่ติดสมมุติก็หลุดพ้นเป็นช่วงๆ โดยสังเกตุดู ทบทวนดู เฉลียวใจดู ยับยั้งชั่งใจดู สอดส่องดู เลือกเฟ้นดู กลั่นกรองดู แยกแยะดู สำรวจดู ตรวจสอบดู เล็งใจดู หยั่งใจดู ตรองใจดู ใคร่ครวญใจดู ยืนดู นั่งดู เดินดู นอนดู พักจิตเฉย นิ่งดู พักใจนิ่งดู ทำในใจเป็นกลางวางเฉย เพ่งรู้อยู่ เพ่งจี๊ดูใจ เพ่งจี้ใจดู รู้เห็นทะลุปรุโปร่งโล่งใจ สมองใส สบายหัว เข้าถึงธรรมชาติกลาง สว่างกลางใจ ได้ด้วยประการฉะนี้แล

5. บวชวิญญาณ อันได้แก่ ความรู้สึกทางอายตนะ 6 ตามกระแสประสาทสัมผัสทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย ทางใจ ที่มีอาการกระทบแต่ไม่กระเทือนใจใดๆ ขยายความว่าเมื่อบำเพ็ญมหาสติครบวงจร ในขบวนการชีวิตใหม่ด้วยเนกขัมบารมี ด้วยกระบวนความคิด ความรู้ ความใส่ใจด้วยอารมณ์ที่ดีงามหรือเอาทำจิตใจเย็นๆ ด้วยประการต่างๆ นาๆ เหล่านั้นตามลำดับขั้นตอนเช่นนั้นๆ เพื่อหลบ หลุดเลื่อน จากอุปาทานนามในนามเข้าสู่ "กายธรรม" หรือวิสังขาร อสังขตะ ครั้นเมื่อบำเพ็ญธรรมบารมีแก่กล้าจากอินทรียธรรม 5 (ศรัทธาคู่ปัญญา สมาธิคู่กับวิริยะ โดยมีมหาสตินําทาง กรุยทางพอกพูนทางสายเอกนี้ ไม่มีอาการเอียงซ้ายขวาหน้าหลังใดๆ คือไม่เสียศูนย์ ไม่เสียความทรงตัว ไม่เสียความสมดุลย์ คงความในใจหยุดนิ่งสงบนิ่งเนี้ยบปิ้งใส) วินิจฉัยดูอีกทีก็คือ มีอาการแห่งความเก่งกล้าสามารถ ถนัดจัดเจน จะแจ้งแทงตลอดรอดฝั่งถึงพลธรรม 5 ทำให้หลบ หลุด เลื่อน จากธรรมดําหรือบาปอกุศล อารมณ์มัวหมอง เศร้าหมอง เร่าร้อน ร้อนไหม้ เข้าสู่ธรรมขาว คือบุญกุศล ประคองสืบต่อ ต่อเนื่อง คงเส้นคงวา เข้าสู่ธรรมไม่ขาวไม่ดำ ทั้งอบทั้งรมด้วยคลื่นกระแสธรรมอยู่ฉะนี้มากๆ บ่อยๆ เนืองๆ พอถึงจังหวะปะเหมาะก็บรรลุสำเร็จลุล่วงจาก กิเลสมาร ขันธมาร ผีห่าซาตาน คู่กรรมคู่เวร ซึ่งมีรัศมีมัวหมอง ผู้ข้องผู้ติดก็หมดอิทธิพลครอบงำยั่วยีใดๆ ถึงไชโยชัยยะชนะไชโย อิติปิโสภะคะวา สาธุอนุโมทามิ สู่ธรรมใสๆ คือธรรมกาย เบาใจ สุขสบาย ฌาน 3 อุเบกขาสุข คือ นิรามิสสูข หรือความสุขที่ไม่อิงอามิสเหยื่อล่อใดๆ เสวยสุขในอาตนะนิพพาน คือ สิ่งธรรมชาติเป็นที่รวมลงของความพ้นทุกข์ใจหรือสิ่งธรรมชาติ เป็นที่รวมลงของแดนที่สิ้นสุดแห่งความพ้นทุกข์ใจ นั่นแลฯ เชื้อเชิญสาธุชนขวนขวายวิเคราะห์เจาะลึกเอาเถิด ของดีนี้นานนักจึงจะมาปรากฏแก่โลก สมสมัย สบสมัย ใหม่เสมอ โอเค ฟัง คิด ถาม บันทึกจดจำ เร่งพิสูจน์ สุ-จิ-ปุ-ลิ-ภา-สุตะ จินตา ปุตฉา ลิขิต ภาวนา ริเริ่ม เร่งรัด รวดเร็ว เรียบร้อย รวบรวม เรียบเรียง รุ่งโรจน์ รํ่ารวย ราบรื่น รื่นเริง บรรเทิงใจ ปราโมทย์ ทางสายเอกที่มีแต่ปิติยินดี อิ่มอก อิ่มใจ ปลื้มอก ปลื้มใจ กระปรี้กระเปร่า เบากาย เบาใจ ซาบซ่านกายใจ พองตัว ลอยตัว ก็เมื่อว่าโดยภาพรวมแล้ว อันการทำใจได้แบบนี้ อันได้แก่การมีอุปนิสัยบารมีแห่งพลธรรม 5 ด้วยอิสระจากวิตก วิจารย์ ปิติ สุข เอกัคคตารมณ์รวมตัวเป็นหนึ่ง สัจจธรรมย่อมรวมตัวเป็นหนึ่งจริงแท้ฉะนี้ ชื่อว่ามีพระศรีรัตนตรัยแก้วเจ้าทั้งสามอยู่ในใจ สถิตอยู่ในใจเป็นมงคลสูงสุด ก็นี่แลเป็นวิธีขุดขุมทรัพย์อริยะ ประเสริฐกว่าทรัพย์ปุถุชน ถือว่าเกิดมาไม่เสียชาติเกิด บวชมาไม่เสียชาติบวช เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้ ...
แนบไฟล์
tuchao_800-1113.jpg
เชิญชวนเพิ่มพูนบารมีแห่งคนเต็มคน หลวงปู่ตุ๊เจ้าเสีอดาว
tuchao_800-1113.jpg (246.6 KiB) เปิดดู 8759 ครั้ง
yamaka_admin
Administrator
 
โพสต์: 31
ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ 22 พ.ย. 2014 7:58 pm

Re: เชิญชวนเพิ่มพูนบารมีแห่งคนเต็มคน ธรรมะหลวงปู่ตุ๊เจ้าเสือ

โพสต์โดย yamaka_admin » จันทร์ 24 พ.ย. 2014 7:53 pm

เอกสารของหลวงปู่ตุ๊เจ้าเสือดาว (ครูบาราศรี) นี้ ผมได้มาจากท่านอาจารย์ไตรรงค์ ปุรินทราภิบาล ประมาณ 15 ปีก่อน ท่านอาจารย์ได้มาก่อนที่จะให้ผม ก็เกิน 15 ปี รวมแล้วคงเกิน 30 ปี ท่านอาจารย์ได้มาจากถ้ำเชียงดาว ที่เชียงใหม่ เมื่อได้มาแล้ว ก็ถ่ายเอกสารแจกจ่าย ไปยังลูกศิษย์ลูกหามากมาย อยู่หลายครั้งหลายหน เอกสารที่ผมมีนั้นสูญหายไปหลายครั้ง บ้างก็แจกจนหมด จึงต้องไปขอยืมจากคนที่เคยแจกให้ไปอยู่หลายครั้ง แล้วถ่ายเอกสารทำเป็นต้นฉบับใหม่ ผมลองค้นหาทางอินเตอร์เน็ต ไม่เจอธรรมะฉบับนี้แล้ว (อาจจะมี แต่หาไม่พบ) จึงมีความคิดว่า น่าจะนำมาเผยแผ่ทางอินเตอร์เน็ต เพื่อไม่ให้ธรรมะนี้ศูนย์หาย บัดนี้ ก็ได้สมดังตั้งใจแล้ว

เอกสารที่ได้รับมาจากท่านอาจารย์ไตรรงค์ มีด้วยกัน 6 เรื่อง คือ

1. เชิญชวนเพิ่มพูนบารมีแห่งคนเต็มคน
2. ญาณกีฬาก้าวหน้าเพ่งจี้จี้ 40 จุด
3. เพ่งนิ่งดิ่งแน่ว นะมะพะทะ อิติปิโสภะคะวาสาธุ อนุโมทามิ
4 .ปัญหา ถามตอบ ยุคไฮเทค
5. โปรยปรายอธิบายหมายเหตุ ลีลาธรรมะไฮเทค
6. พัฒนาวัดอริยะธรรม อริยะชน คนเต็มคน

ผมจะทยอยพิมพ์ และลงให้ครบทุกเรื่อง, เพื่อให้ยอดแห่งธรรมะนี้ สืบต่อๆ กันไป สู่ลูกหลาน สืบๆ ต่อกันไป ในภายภาคหน้า โปรดช่วยกันศึกษา ช่วยกันปฏิบัติตาม เพื่อถ่ายทอดสืบต่อ และโปรดช่วยกันแชร์ ช่วยกันปริ้นท์ ช่วยกันถ่ายเอกสารแจกจ่าย ไปยังบุคคลที่ท่านรัก ที่ท่านห่วงใย ฯลฯ
yamaka_admin
Administrator
 
โพสต์: 31
ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ 22 พ.ย. 2014 7:58 pm


ย้อนกลับไปยัง แบ่งปันธรรมะดีๆ

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน

cron