ปัญหา ถาม - ตอบ ยุคไฮเทค ธรรมะหลวงปู่ตุ๊เจ้าเสือดาว

ใครมีธรรมะดีๆ จะแบ่งปัน เชิญทางนี้ครับ

ปัญหา ถาม - ตอบ ยุคไฮเทค ธรรมะหลวงปู่ตุ๊เจ้าเสือดาว

โพสต์โดย yamaka_admin » ศุกร์ 28 พ.ย. 2014 5:17 pm

ปัญหา ถาม - ตอบ ยุคไฮเทค

ก็มีอย่างนี้เหมือนกัน ลองติดตามดูวิธีรู้แก้ไข-ใจก้าวหน้า (อีหนูมันถามว่า ... ตามลิขิตลงเวลา 18 น. 10 นาที ความว่า

กราบหลวงพ่อ "ตุ๊เจ้าเสือดาว" ที่เคารพ หนูอยากถามหลวงพ่อว่า ทำไม บางเวลาเราจึงเหงา เหงามากๆ อย่าง(อยาก)มีเพื่อน-เพื่อนจริงๆ ที่รู้ใจ ไม่ใช่คนรัก เพราะหนูรู้ว่า ความรักมีทุกข์มาก อนึ่ง เพื่อนในที่นี้ หมายความว่า "เข้าใจเรา" จะอยู่ในเพศไหน หรืออายุเท่าไหร่ ไม่สำคัญ คือบางทีอยากให้มีใครสักคน ห่วงใยเรา รู้จักให้กำลังใจ เวลาเราทุกข์ หรือมีปัญหาอะไรที่เราจะพูดกับเพื่อนอย่างนี้ได้ทุกอย่าง หรือเราเจ็บป่วย คอยห่วงใยบ้าง ไม่ถึงกับต้องมาเอาใจ เพียงแต่ถามบ้าง หลวงพ่อค่ะ อารมณ์อย่างนี้เป็นอย่างไรค่ะ เพราะมันเกิดกับหนูนานมากแล้ว แต่ไม่เคยเจอเพื่อนอย่างที่บอกเลย หลวงพ่อช่วยอธิบายให้หนูหน่อยนะคะ เพราะค้างใจมานานแล้วค่ะ ขอบคุณค่ะ สาธุ อนุโมทามิ

ขอตอบว่า "ปัญหาโลกแตก" นะอีหนูเอ๊ย แท้ที่จริงแล้ว เมื่อจะว่าไปจริงนั้น ทุกคนในโลก หรือผู้ที่ยังข้องยังติดอยู่กับโลกลงมารายนี้แล้ว เชื่อเถอะก็หัวใจเดียวกันทั้งนั้น จนกว่าจะเข้า "ฌานหรือสมาธิจิต สมาธิธรรมเข้มดิ่งแน่ว เย็นใจใสแจ๋ว" ได้ธรรมคุณ ถึงคุณธรรมแท้ตลอดเวลา เท่านั้นแหละอีหนู ก็จะไร้กังวล ตามที่อีหนูสาธยายเป็นคุ้งเป็นแควยืดยาว อนึ่ง ยิ่งสังคมพิการ แวดล้อมด้วยยาบ้าทั่วไปหมดตามหน้าข่าว ในระบบอินเตอร์เนต อันมีรูปสีแสงเสียง มีภาพประกอบ เขย่าจอ ดิ้นได้ตามจังหวะต่างๆ พลิกแพลงในสารพัดท่า ลีลายั่วขันธมาร แม้ในศัตรูหมู่มาร กิเลสมาร ผีห่าซาตาน เจ้ากรรมนายเวรนางเวร คู่กรรมคู่เวร ทั้งในโลกมนุษย์แลโลกทิพย์ก็ไม่มีเว้น ก็ติดยึดรูปนามขันธ์ห้านี้ สมแล้วที่จอมศาสดาเอก เปร่งพระสุรสีหนาทประกาศก้องโลกมานานร่วม 2600 ปีมาแลัวว่า "ทุกข์เป็นมหันตภัยในโลก ก็รูปนามขันธ์ห้านะแหละตัวแสบตัวก้อนทุกข์ ก็อยู่ดีไม่ว่าดี อวดดีไปแกว่งเท้าหาเสี้ยน หาเหามาใส่หัวเองนี่นา จริงไหมจ๊ะ เป็นเพราะมีสาเหตุที่ปล่อยใจไหลหลงลงสู่คลื่นกระแสอุปาทานตัวทุกข์แท้ๆ เชียว อย่างว่าน่ะแหละไอ้หนู อีหนูเอ๊ย คิดมากทุกข์มาก คิดน้อยทุกข์น้อย กล่าวคือ คิดฟุ้งซ่านมากทุกข์มาก คิดฟุ้งซ่านน้อยทุกข์น้อย ไม่คิดฟุ้งซ่านเลยก็ไม่ต้องทุกข์เลย จริงอ๊ะเปล่า แต่ก็อย่างว่านั่นแหละ มันก็จำต้องดิ้นรนสืบต่อไปซินะ ตราบที่ยังมีลมหายใจอยู่ โปรดอย่าลืมซิจ๊ะว่าคลื่นกระแสอารมณ์ที่มัวหมอง เศร้าหมอง ที่ยุแหย่ชักนำจิตใจวิญญาณให้มัวหมองเศร้าหมอง เหล่านี้นั้นที่ทางพระทางศาสนาเรียกชื่อมันว่า "พวกกิเลสพันห้า ตัณหาร้อยแปด" ที่มันมากระทบสัมผัส กระตุ้นรบเร้าอายตนะ 6 ทางตาหูจมูกลิ้นกายใจ หรืออายตนะ 12 แห่งความมีสามัญญลักษณะ หรือไตรลักษณ์อนิจจังทุกขังอนัตตา ที่ปุถุชนอันธพาล ไม่มีทักษะในความรู้แจ้งเห็นแจ้งใดๆ เลย แต่ปุถุชนบัณฑิตพอมีสิทธิ์ในแง่มุมหลากหลาย ที่มีจิตสำนึกผิดชอบชั่วดี ได้อยู่ในฐานะที่ยังมีความใฝ่รู้ใฝ่สูง ที่มากไปด้วยการคบหาสมาคมกับคนดี คิดดีพูดดีทำดี อย่างต่อเนื่อง ที่มีหัวใจแห่งการฟังคิดถาม บันทึกจดจำเร่งพิสูจน์ ริเริ่ม เร่งรัด รวมเร็ว(รวดเร็ว) เรียบร้อย รวบรวม เรียบเรียง รุ่งโรจน์ รํ่ารวย ราบรื่น รื่นเริง บันเทิงใจ ไร้กังวล ก็ทิศทางดำเนินชีวิตแบบนี้นี่แล ที่มีตัวใจ (มโน ล้วนๆ) เป็นตัวรู้ ถ้ารู้ติดรู้ ก็เป็นฝ่ายมืดบอด มืดแปดด้าน คือ "อวิชชาสวะ" แต่หากรู้ไม่ติดรู้ คือ "วิชชาโพธิ" มาตรว่าจำเริญมหาสติรู้รอบ รอบรู้ รู้ครบวงจรมากๆ บ่อยๆ จนกระทั่งรู้ทะลุปรุโปร่ง นิ้งเนี้ยบปิ๊งใสไปเลย คือวิชชาวิมุตติ มีโยนิโสมะนะสิการ อันหมายความว่า การทำใจ การใส่ใจ การทำในใจด้วยอุบายที่แยบคาย คือรู้แก้ไข ใจก้าวหน้า ต่อจากปุถุชนบัณฑิตหลบหลุดเลื่อนขึ้นสู่ "กัลยาณปุถุชน" และอีกประการหนึ่งอันบุคคลผู้ใฝ่รู้ใฝ่สูงมีความเชื่อมั่น มั่นใจจะแจ้งจริงๆ แล้วว่า "กระบวนความแห่งรูปนามขันธ์ห้า ล้วนแล้วแต่เป็นภาระเรื่องที่หนักใจเน้อ ที่พวกคนเขลามัวเมาหมกอยู่แต่พวกผู้รู้หาข้องอยู่ไม่ ผู้ใดจักสำรวมระวังจิต ผู้นั้นจักพ้นจากบ่วงแห่งมาร นั่นเป็นทางบรรลุถึง "อริยะธรรม อริยะชน" สำเร็จล่วงลุถึง "กายธรรม ธรรมกาย" นั่นแหละขบวนการชีวิตใหม่แห่งการรู้จักตัวเองดีจริงที่รู้จักดูตัวเองออก บอกใจตัวเองได้ ใช้ใจตัวเองเป็น พึ่งใจตัวเองได้ ที่รู้จักหลบจากรูปกาย หลุดเข้าสู่นามกายและเลื่อนขึ้นสู่ธรรมกาย กายธรรมคือวิสังขาร อสังขตะ อยู่ได้ด้วยโลกุตระปัญญา คือเสริมทักษะด้วย "ธัมมาธิปไตย" หรือเป็นคนเก่งเสียอย่างก็สบายไปแปดอย่าง ฉันใดก็ฉันนี้ นั่นแล ก็คนเก่งพึ่งความสามารถจากใจตนเองได้จากการมีดวงตาเห็นธรรม เห็นจริงเห็นจังตามนี้ การเอาใจใส่ใน "คุณธรรมนำความรู้ตาม" ฉะนี้เป็นมงคลสูงสุด เป็นผู้ประเสริฐทุกวัน กิริยา ปฏิกิริยาแบบนี้ จำปรารถนาในที่ทั้งปวง อารมณ์ดีงาม จิตใจสดใส เรืองปัญญาในชีวิตประจำวันอยู่อย่างสม่ำเสมอไม่ขาด ทุกระยะทุกขณะจิตได้ก็ถึงธรรมแท้เป็นที่พึ่งที่ระลึกสำนึกรู้ในจิตวิทยาชั้นสูง จิตวิทยาอริยะในชีวิตประจำวันได้ ก็ย่อมมีความผาสุขทุกวัน แม้อยู่ในท่ามกลางกองทุกข์กองกิเลส ก็ย่อมอยู่เย็นเป็นสุขได้ ไม่มีปัญหา ไม่ว่ามีก็เบาใจ ไม่หนักใจดอก(หรอก) จากร้อนก็กลับกลายเป็นเย็น จากเศร้าหมองก็เป็นสดใส จากมืดใจก็เป็นสว่างใจ จากโง่ก็เป็นฉลาดเฉลียวทันคนดี รู้ทันคน รู้ทันโลก ทันเกมส์ ทันอารมณ์ หยั่งรู้กำลังทรัพย์ กำลังกาย กำลังใจ กำลังความคิดสติปัญญา พรรคพวกวาสนาบารมี .........
แนบไฟล์
20141129_003921-1(1).jpg
ปัญหา ถาม - ตอบ ยุคไฮเทค ธรรมะหลวงปู่ตุ๊เจ้าเสือดาว
20141129_003921-1(1).jpg (617.12 KiB) เปิดดู 8499 ครั้ง
yamaka_admin
Administrator
 
โพสต์: 31
ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ 22 พ.ย. 2014 7:58 pm

ย้อนกลับไปยัง แบ่งปันธรรมะดีๆ

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน

cron